2005/Oct/19
2005/Oct/19
ถึงชีวิตของข้าพเจ้าภายในวันนี้อย่างละเอียด
แต่ก่อนอื่น ข้าพเจ้าขออนุญาตไปกินยาก่อน 1 วืบส์
...
โอเคกลับมาแล้ว
ลืมตาตื่นขึ้นมามองนาฬิกาปลุก
โอ้! นี่เราตื่นก่อนเสียงปลุกเป็นเวลาประมาณ 20 นาทีถ้วน
ซึ่งก็เป็นเวลา 7 นาฬิกา 12 นาทีโดยประมาณ
(ตั้งนาฬิกาไว้ให้ปลุกเวลา 7.32 เพราะความชอบส่วนตัว)
เป็นอย่างนี้ประจำล่ะ แยกแยะออกมาแล้วได้เป็น3 กรณีทุกเช้า
1.ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกเลยหลับต่อ แล้วพอตื่นมาอีกทีก็สาย
2.ตื่นมาแล้วก็สายเลย เสียงนาฬิกาไม่ได้ระคายหูเลยซักกะนิด
3. ตื่นมาพร้อมเสียงนาฬิกาปลุก กดหยุด แล้วก็knock out sale ต่ออีกเล็กน้อย
เอาล่ะ เอาเป็นว่า วันนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
เมื่อคืนกะจะนอนเร็วซักหน่อย
ชิชะ ไอ้ปั้น(เพื่อนสมัย ม.ต้น ที่ตามมาหลอกหลอนถึงมหาลัย)
บังอาจเมาอยู่แถวเตาปูน แล้วยังโทรมาใช้เราเป็นเครื่องแก้เมาเสียนี่
เลยได้นอนหลังเวลาทีคาดหมายไว้เป็นเวลาประมาณ 30 กว่านาทีถ้วน
ส่งผลให้วันนี้เป็นแพนด้าอีกครั้ง
(ก่อนเข้ามหาลัย ไม่ยักรู้มาก่อนว่าขอบตาแพนด้านี่ เป็นที่trendy)
อาบน้ำ แต่งตัว บ้าบอ น่าเบื่อ ข้ามไปถึงตอนถึงมหาลัยแล้วเลยละกัน
เวลา 9 นาฬิกาโดยประมาณ ข้าพเจ้าได้เดินทางมาถึงท่าพระจันทร์
เดินผ่านร้านขายน้ำได้ค้นพบปั้น และป๊อบ (เดือนคณะ หน้าตาคล้ายชาคริตเล็กน้อย)
บ่นเรื่องปั้นโทรมาเมื่อคืนนี้ให้ป๊อบฟังระหว่างเดินไปที่โต๊ะกลุ่มซึ่งเป็นแหล่งชุมนุมของผองเพื่อน
ให้โอกาสให้ปั้นได้แก้ตัว และ ให้ป๊อบได้ด่าและหัวเราะเยาะปั้นระหว่างทาง
นั่งชิลที่โต๊ะกลุ่ม รวบรวมสมัครพรรคพวก
เฮ้ย~ เหลืออีก 5 นาที ขึ้นเรียนกันเหอะ
คาบเช้าเรียน Account และ quiz เกี่ยวกับค่าเสื่อม (depreciation)
ของที่ไม่มีตัวตนมันยังมีค่าเสื่อมได้ (amortization)
คงเหมือนความรู้สึกของเราที่มีต่อเธอ
ที่ตอนนี้ค่าความเสื่อมสะสม (accumulated depreciation) สูงเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าจะมีการซ่อมแซม (repairment) มั๊ยนะ
เรียนเสร็จกินข้าว แล้วก็กลับมาเรียนต่ออีก 2 คาบ
ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย ชีวิตของข้าพเจ้าในวันนี้
เรียนเสร็จก็มานั่งทำการบ้าน(การมหาลัย)กับเพื่อนๆ
ตอนแรกไม่ได้กะจะทำหรอก
แต่เห็นคนทำเยอะ ไม่อยากจะตกtrend
ทำเสร็จด้วยเวลาอันรวดเร็ว
กลับบ้านดีกว่า วันนี้มีคนจะกลับด้วยตั้ง 3 คน
ได้แก่ หน่อง (เพื่อนที่กลายมาเป็นรุ่นพี่)จอย(รุ่นพี่ที่กลายมาเป็นเพื่อน) และปั้น (เพื่อนกันยังไงก็อย่างงั้นอ่ะ)
ขอถือโอกาสนี้กล่าวถึงหน่องเล็กน้อย
อันหน่องนั้นเป็นคนหนุ่มอายุอานามประมาณ 18 ปี
มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ชอบใส่เสื้อขาว(ไม่แปลก) กางเกงขาว (นี่สิแปลก) มาเรียนที่มหาลัย
ก็เข้าใจว่าเค้าคงคิดว่ามันเท่ห์มาก
ถึงข้าพเจ้าจะพร่ำบอกเท่าไหร่ว่า มันเหมือนคนกินเจ หรือ พระยาแรกนาขวัญ เค้าก็ไม่เชื่อ
เดี๊ยววันพืชมงคล มีคนมาเรียกไปให้อาหารพระโคแล้วจะรู้สึก
มหาลัยยิ่งอยู่ใกล้ๆสนามหลวงอยู่ หึ~
ขณะเดินออกไปรอรถเมล์ จอยได้แสดงความตกใจที่ปั้นช่วยถือของให้
จึงได้ปลอบใจจอยไปว่า อย่าตกใจเลย มันก็ถือให้คิวทุกวันแหละ
ปั้นได้โอกาสจึงบอกว่า ที่ทำเช่นนั้นเพราะเป็นคนดีศรีสังคม
ข้าพเจ้าจึงพูดตอบโต้ไปว่า คนดีจริงๆน่ะ เค้าไม่มานั่งประกาศให้คนอื่นรู้หรอกว่าเค้าเป็นคนดี
จะทำตัวหนาไปทำไมก็ไม่ทราบ แต่อยากให้ทุกคนได้อ่านประโยคนี้จริงๆนะ
ขึ้นรถเมล์ แล้วก็กลับมาถึงบ้าน
นอนฟัง CD Jamie Cullum: Catching Tales
ฟังๆอยู่เกิดนิมิตรว่าเพลงjazzแบบนี้ หากเราหลับตาฟังจะดื่มด่ำได้มากกว่า
แต่เนื่องจากเราใช้ชีวิตอยู่ในความไม่ประมาทดังคำสอนสุดท้ายของพระพุทธเจ้า
จึงเอื้อมมือไปตั้งนาฬิกาปลุกไว้เป็นเวลา 2 ทุ่ม
(ขณะนั้นเป็นเวลา 1 ทุ่ม)
และแล้ว...ก็เป็นดังที่คาดหมายไว้
ตื่นมา 2 ทุ่มพอดีเลย
CD นี้ หลังจากที่ซื้อมาเมื่อสามวันที่แล้ว ก็ยังฟังไม่จบซักทีด้วยประการฉะนี้เอง
อ๊ะ! จะว่าไปแล้ว ตอนนี้มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นอยู่เรื่องหนึ่งอยากจะมาเล่าสู่กันฟัง
เดือน ธนู+อาคม (คำสมาส-สนธิ) นี้ รุ่นพี่คณะข้าพเจ้าจะมีการจัดค่ายอาสา
จากแม่โดม สู่ แม่จันทร์ ไปสร้างโรงเรียนให้เด็กดอยกันเห๊อะ~
(นี่ไม่ใช่ชื่อค่ายอย่างเป็นทางการ ข้าพเจ้าขอสาบาน)
แต่เนื่องจากสามารถนำคนดีมีอุดมการณ์ไปได้เป็นจำนวนจำกัด
จึงต้องมีขั้นตอนการคัดเลือกคนที่จะได้ไป
ขณะที่พิมพ์อยู่นี่ ข้าพเจ้าก็ได้ทำการส่งใบสมัครไปเป็นเวลา 2 วันแล้ว
ได้แต่ลุ้นระทึกและหวังว่า ข้าพเจ้าจะได้ไปด้วยเห๊อะ~
ข้าพเจ้าโหยหาธรรมชาติและความไม่เจริญจะแย่อยู่แล้ว
ขอตัดฉากกลับมาที่ตอนข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาในเวลา 2 ทุ่ม
ข้าพเจ้าได้ทำการอาบน้ำ แต่งตัว
และเดินออกมาท่องโลกกว้างในห้องนั่งเล่น
(ซึ่งก็คือการเล่นอินเตอร์เน็ต(ซึ่งก็คืออาชีพถาวรของข้าพเจ้า))
พอออนไลน์ปุ๊บ ข้าพเจ้าก็เห็นแสงสว่างแห่งการตรัสรู้อยู่รำไร
ว่าวันนี้ไม่ต้องรีบมาออนก็ได้นี่นา
แต่เอาเหอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เล่นต่อไป
เวลาผ่านไปประมาณ 2 ชม.
หัวใจของข้าพเจ้าตีลังกาสามตลบแถมด้วยการทำแฮททริค
ณ เสี้ยววินาทีนั้น ข้าพเจ้าคิดว่า หากสมองมีอำนาจควบคุมหัวใจได้มากกว่านี้ก็คงจะดี
ข้าพเจ้านำหัวใจมานั่งจับเข่าคุยกันอีกครั้ง (ถึงแม้หัวใจจะไม่มีเข่าก็ตาม)
หมู่นี้มันดื้อด้าน ไม่ค่อยฟังข้าพเจ้าเท่าไหร่
แต่เมื่อข้าพเจ้าใช้เหตุผลเข้าสู้ หัวใจก็ดูจะเข้าใจอะไรๆมากขึ้น
ปัจจุบัน พฤติกรรมของหัวใจดูดีขึ้นมาก
และคงจะยอมนั่งอยู่เฉยๆโดยไม่ทำกายกรรมเปียงยางในไม่ช้า
เอาล่ะ นี่มันก็เป็นเวลา เที่ยงคืนสี่สิบซะแล้ว
ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า จิวนิจิ ยนจุบพุน
มันเป็นพรุ่งนี้ของวันนี้แล้วนี่หว่า
เห็นทีจะได้เวลาจบไดอารี่ของวันนี้ซะที
ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่อ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ
ไดอารี่วันนี้ inspired by Yeebud ครับผ๊ม
edit @ 2005/10/19 12:31:11
2005/Oct/17
ถ้าตัวเราเอง เรายังไม่รัก
แล้วเราจะคิดไปรักคนอื่นเค้าได้ยังไง
ของที่ดีที่สุด เราก็ต้องให้กับตัวเราเองก่อนสิ :)
รักตัวเองกันให้มากๆนะคะ
เพราะคนที่ไม่รักตัวเองคือคนอกตัญญู
คือคนโง่ที่สุดในโลก
ไม่ใช่แต่กับพ่อแม่เท่านั้น
แต่กับชีวิตที่มีอยู่แค่ชีวิตเดียวด้วย
ก่อนจะด่วนคิดทำอะไรงี่เง่าๆลงไป
อย่าลืมคิดนะคะ
ว่ายังมีคนจำนวนมหาศาล
ที่พร้อมจะฆ่าเพื่อให้ได้มีชีวิตแบบคุณ
^^
"u worship the sun but now can u fall for the rain?"
- Jamie Cullum